2555/11/03

เหงา 25/10/2012


..ฉันพยายามไม่ดูเขาเต้น เพราะเขาทำให้ฉันคิดถึงเพื่อนของฉันมาก..
คือข้อความที่จิ้มๆ เก็บไว้ในไอโฟนเมื่อห้าวันก่อน

แปลกดีเนอะ สิ่งที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ มันก็กลับเกิดขึ้น
คนเราหนอ ตัวเรายังเปลี่ยนแปลง ใครเขาจะคงเดิมล่ะ

เกิดมามีเพื่อนที่ทำให้เราร้องไห้อยู่สองคน
คนหนึ่งเป็นเพื่อนสาวที่เรารักมากจากตั้งแต่เด็กจนแก่
โตมาด้วยกัน แยกกันไปนานเท่าไหร่ กลับมาก็ยังด่ากันได้เหมือนเิม
ด่ากันจนร้องไห้มาไม่รู้เท่าไหร่แล้วตอนเป็นเด็กๆ

คนที่สองก็คนนี้แหละ ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร
เป็นเพื่อนที่ทำให้เรารู้สึกได้สุดในทุกๆ ขั้วอารมณ์
สุขมาก เศร้ามาก เต็มมาก ขาดมาก ภูมิใจมาก อิจฉามาก

พยายามจะบอกตัวเองให้เลิกคบ 
ทั้งๆ ที่ต้องเจอหน้ากันทุกวันเนี่ยแหละ
จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวเจ็บใจมากไปกว่านี้ 
แต่ก็ยอมรับว่าทำไม่ได้จริงๆ เคยรักยังไงก็รักอย่างนั้น
แต่สักวันเถอะ หัวใจจะเรียนรู้
ว่าความเป็นเพื่อน มันเป็นข้างเดียวไม่ได้
ถ้าอีกคนเขาไม่ยอมเป็นด้วย ความเป็นเพื่อนที่เราให้ไปมันก็ฝ่อไปเองแหละ

แต่เหงาชิบเป๋งเลย

มีคำพูดฝรั่งประมาณนี้ 
.. ถ้าเราสำคัญกับชีวิตใคร เขาก็จะเหลือพื้นที่ในชีวิตเขาให้คุณเองโดยที่คุณไม่ต้องพยายาม ..
.. ถ้าเขาไม่พอใจการมีอยู่ของตัวคุณ ก็จงทำให้เขาพอใจในการหายตัวไปของคุณซะ ..

จริงๆ นี่คือสาเหตุที่เลิกเล่น facebook นะ (แต่จะเลิกได้นานเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะเหงามาก)
instagram เราก็เลิก follow เขาแล้ว เพราะเขาเลิก follow เรา
พิมพ์แล้วอยากจะด่าตัวเองว่างี่เง่า ทำตัวเป็นเด็กประถม
..ก็ใครว่าเราไม่ใช่ล่ะ เรื่องความรู้สึก เรามันไม่ยอมโต 

คิดมาก

แต่บางทีก็อาจจะดีที่เราไม่ยอมโต เพราะคนที่โตแล้วอาจมีแค่สองทางให้มองความรู้สึก
หนึ่งคือ มองว่าความรักนั้นบริสุทธิ์และชนะทุกอย่าง ชีวิตอยู่ได้ เพราะทำเพื่อคนที่เรารัก
สองคือ มองว่าความรักนั้นบรมห่วย และไม่ต้องมีมันเลยเสียจะดีกว่า

เชื่ออย่างนั้น (มั้ง)

:(

อีกไม่นานเราก็กลับบ้านแล้ว แต่เพื่อนเรายังอยู่ต่อ
จากกันคราวนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ถึงจะได้กลับมาทำงานร่วมกันอีก
สิ่งหนึ่งที่คิดไว้ในหัว ก่อนไปจะบอกเพื่อนว่า .. 
ขอโทษ ที่เราเป็นเพื่อนอย่างที่เธอต้องการไม่ได้ แม้ว่าเราจะพยายามแล้วก็ตาม
ขอโทษ ที่เราไม่ได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันที่นี่
แล้วจะกอดเพื่อนแน่นๆ นานๆ แล้วบอกเพื่อนอีกคำว่า
..รู้มั้ย ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันที่นี่ เราคิดถึงเธอโคตรๆ เลย..

โวะ! น้ำตาไหล

 T T

2555/10/02

วันนั้นที่ฉันกลับมาเต้นเพราะฉันรักเธอ
แต่ถึงวันนี้ฉันเต้นเพราะฉันรักที่จะเต้น
ฉันก็ยังคงรักเธออยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ
เพียงแต่วันนี้ ฉันไม่เต้นเพราะเธออีกต่อไปแล้ว
แต่ฉันจะเต้นเพื่อตัวฉันเอง

..

ขอบคุณที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงวันนี้
เธออาจไม่มีความสุขเท่าที่ฉันมีตลอดเวลาที่เราเดินด้วยกันมา
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันจึงอยากเขียนสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาตอนนี้
มันคงเพราะตอนนี้ฉันมีความสุขมาก
มีความสุขที่ฉันสามารถมีความสุขได้
โดยที่เธอไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน
แม้ว่าฉันจะยังปฏิเสธไม่ได้ก็ตามว่า
ความสุขคงเพิ่มมากกว่านี้หลายเท่าถ้าเรายังคงมีกัน
แต่ไม่เป็นไร ขั้นแรกขอแค่ไม่ทุกข์ ก็พอ

..

บัลเล่ต์ ไม่ใช่ความสามารถในการยกขาหรือหมุนพิโรเว็ต
แต่มันคือความรู้สึกมีชัยเหนือร่างกาย แม้ว่าจะล้าหรือเหนื่อย
ถึงจะยกขาได้ไม่สูงเท่าเมื่อวาน ถึงจะหมุนได้เพียงแค่ไม่เกินสามรอบ
แต่ตราบใดที่เรายังคงรู้สึกถึงความสามารถในการควบคุมมัน
เราก็ถือว่าคลาสวันนั้นประสบความสำเร็จแล้ว
และนั่นล่ะ คือสาเหตุของความสุขของฉัน

..

และนี่คือชีวิตฉัน ที่ยังคงเต้นต่อไป ไม่ว่าจะมีเธอหรือไม่ก็ตาม
ฉันอาจจะยังไม่พร้อมที่จะลืมสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหว่างเรานะ
ยังไม่สามารถที่จะลบเธอออกไปจากชีวิตเหมือนไม่เคยรู้จักกันได้
แต่ไม่เป็นไร ฉันก็จะปล่อยเธอให้คาไว้อย่างนั้นแหละ
คงจะรัก คงจะแคร์ แต่มันจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเต้นของฉันอีกแล้ว

..

ฉันจะเต้นเพราะฉันรักที่จะเต้น
ฉันจะเต้นเพราะฉันชอบที่จะดูตัวเองเต้น
ฉันจะเต้นเพราะตัวฉันคือเงาสะท้อนของฉันเอง
ไม่ใช่เธออีกต่อไป ฉันไม่ได้เต้นเพื่อหวังจะได้เต้นกับเธออีกต่อไป
วันนี้ ฉันจะเต้นเพื่อตัวฉันเอง
ไม่ว่าฉันจะเต้นที่ไหน เต้นกับใคร
ไม่ว่าเธอจะชอบหรือชื่นชมในการเต้นของฉันหรือไม่
ฉันไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว

..

เพราะวันนี้ ฉันไม่เต้นเพราะเธออีกต่อไปแล้ว
แต่ฉันเต้นเพราะตัวของฉันเอง

2555/09/26

มันมาถึงจุดที่เราร้องไห้จนสงสารตัวเอง
ร่างกายและจิตใจของเราบอบช้ำมากๆ ทำไมเราจะไม่รู้
เรานอนไม่หลับ ตาเรากระตุก ทั้งหมดเพราะเราร้องไห้
ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่า เรารู้สึกอย่างไร

จะว่าไป วันนี้สนุกมากๆ
ไม่มีเจน ดีกว่ามีเจนอยู่ตรงนี้
มันเกือบจะดีแล้วเชียวถ้า edwin ไม่พูดถึงเจนขึ้นมา
เราไม่อยากรู้ว่าเจน message หา edwin
เราไม่อยากรู้ว่าเจนเลือกที่จะไม่คุยกับเรา
เราไม่อยากรู้
..แต่เรารู้แล้ว..

แล้วมันก็ทำให้เรารู้ว่าเรายังแคร์เขาอยู่ แคร์อยู่นั่นแหละ
ทั้งๆ ที่วันนี้เราเป็นตัวของตัวเองมาก
เราหัวเราะ เราบ้าบอ เราสนุกสนาน ไม่คาดหวังอะไร
เรามีความสุขมากจริงๆ เวลาที่เจนไม่อยู่
ทั้งๆ ที่คิดว่าเราคงจะต้องเหงาแน่ๆ
แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น
ถ้าเพียงแต่ edwin ไม่พูดขึ้นมา

ไม่อยากกลับ เพราะรู้ว่ากลับไปแล้วไม่เหมือนเดิม
จะให้นั่งคุยกับน้องเก่งกับเจนได้เหมือนเดิมได้ยังไง
ถ้ากลับไปเต้นด้วยกันอีกที่ bcb มันจะไม่เหมือนเดิม
กลับไปอ่านสมุดบันทึกปีที่แล้ว
เจนบอกว่ากลัวจะเป็นเหมือนเจนกับป๋อที่มองกันไม่ติดเหมือนเดิม
มันเกิดขึ้นแล้ว มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
เราเสียใจมาก มากเกินกว่าที่เจนหรือเจซี่จะเข้าใจ
เราสูญเสีย
เราเสียใจ

ความง่วงนอนทำให้เราหลับๆ ตื่นๆ บนรถเมล์
ในภาวะเกือบหลับเราพยายามสะกดจิตตัวเอง
เหมือนกับเราไม่เคยรู้จักเจนมาก่อน
เราไม่เคยรู้จักกัน เรามีความสุขกับที่นี่ กับเพื่อนของเรา
ไม่เคยมีเจน ไม่เคยมีเจน ไม่เคยมีเจน
เราไม่เคยรู้จักกัน

..ทำไม่ได้..
ยังทำไม่ได้เลย

2555/09/21

ยังไม่ยอมหายสักที


รู้อะไรไหม เรายังไม่พร้อมเลย
ที่ผ่านมาทั้งหมด มันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย
เจนจะกลับบ้านวันอาทิตย์นี้แล้ว
แม้ว่าจะกลับไปแค่สองอาทิตย์ แต่เรากลับรู้สึกโหวงๆ
ทั้งๆ ที่เคยคิดว่า มันอาจจะดีกว่าถ้าเราอยู่ห่างๆ เจนไว้
บางทีมิตรภาพอาจจะกลับมามั่นคงเหมือนก่อนหน้านี้
(ฉุกคิด .. มันเคยมั่นคงหรือเปล่า)
แต่เอาเข้าจริง แค่คิดว่าจะต้องไปทำงานวันอังคารโดยไม่เจอเจน
เราก็รู้สึกแย่แล้ว เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป
เพิ่งจะรู้ว่าการได้เจอหน้าเพื่อนเรา แม้จะทำให้เราทุกข์
แต่เราก็เป็นสุขในความทุกข์นั้นอยู่ไม่น้อย
การมีเธออยู่แม้มันจะเจ็บปวด แต่มันก็ดีกว่าการอยู่โดยไม่มีเธอ
ทำไมเราถึงเป็นเอามากขนาดนี้นะ
ทั้งๆ ที่มันก็ชัดเจนมากมายแล้วว่า
เจนไม่เคยคิดจะให้เรากลับเข้าไปอยู่ในชีวิตของเจนเลย
เมื่อคืนนี้ถ้าเจนไม่เมา เจนก็คงไม่พูดกับเรา

เรื่องการ์ดวันเกิดก็ชัดเจนมากๆ ถ้าโทโมมิไม่หยิบของขวัญออกมาให้
ถ้าเจนไม่ได้อยากถ่ายรูปกับโทโมมิ
ถ้าเราไม่ทวงถามเจนว่าทำไมไม่ถ่ายรู้กับการ์ดเราบ้าง
เจนก็คงไม่คิดจะถ่าย ทั้งหมดมันคือการเสียไมไ่ด้
ทั้งๆ ที่การ์ดใบนั้นเขียนอย่างตั้งใจ ตั้งใจจริงๆ
มันคือความสุขเวลาที่เราตั้งใจจะทำอะไรให้ใคร
แล้วก็หวังว่าเขาคงจะยินดีบ้างถ้าได้รับมัน
facebook เราอัลบั้มนั้น เจนคงไม่สนใจ
เหมือนทุกครั้งเวลาที่เรา tag รูปอะไรไป
คงได้แต่กด like ด้วยความเสียไม่ได้
รูปเก่าๆ ที่มีเรากับเจน ที่เราเอาขึ้น instagram เจนก็ไม่สนใจ
แต่กลับ like ไปแต่รูปของเจนกับเจซี่
แล้วทำไมเราต้องแคร์เธอมากมายขนาดนี้ด้วย
ทำไม

เจนไม่ได้สนใจว่าเมื่อคืนเราไปที่ไหน ดีรึเปล่า เป็นยังไง
แต่เจนอยากรู้ร้านที่โทโมมิกับมายุไป
มันชัดขนาดนี้แล้ว ทำไมเรายังติดเจนอยู่อีก

“ยังไม่เข็ดเหรอ” คำนี้ยังจำได้ แต่มันช่วยอะไรเราไหม ก็ไม่เลย
ยังยอมๆๆ ทุกอย่างเหมือนเดิม
ขอแค่ได้มีส่วนร่วมในชีวิตเธอบ้าง จะเสียเท่าไหร่ก็ยอม
แต่เธอเอ่ยปาก เราก็ยินดีช่วยทุกอย่าง
เพราะเราอยากเป็นที่เธอนึกถึง อย่างน้อยเวลาเธอมีปัญหาก็ยังดี
เห็นหน้าเธอแม้ปวดใจ แต่พอคิดว่าจะไม่ได้เห็นเธอไปสองาทิตย์
ชีวิตมันก็ว่างเปล่าพิกล
ชั่วๆ ดีๆ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราอยากไปทำงาน
เราอยากไปทำงานเพราะเราอยากเจอเธอนะ

ทำไมเราถึงเป็นได้มากขนาดนี้
กลับไปนั่งอ่านบันทึกเเก่าๆ แล้วอยากให้เวลาย้อนกลับไป
อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม
อยากกอดเธอแน่นๆ
อยากบอกเธอว่าคิดถึงมาก คิดถึงจริงๆ




ความฝันเรื่องร้านกาแฟ สวนแก้วมังกร
และโรงเรียนสอนโยคะกลับมาอีกครั้ง
เรามาถึงนี่ทำไมถ้าไม่ใช่เพราะเจน
จำความรู้สึกนั้นได้ดี ตราบที่มีเธอ
อะไรฉันก็ไม่กลัว
โถ.. เด็กโง่

แต่เอาเถอะ Happy Birthday นะเจน

2555/08/19


ชีวิตนี้ฉันตกหลุมรักผู้ชายมาสามคน

มีดราม่าอยู่สามเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต

สองเรื่องแรกจบแบบแสนเศร้า

ทำให้มีเรื่องที่สามตามมา

และเรื่องที่สามนี้ก็ดำเนินเรื่องไปอย่างเศร้าๆ

และชักจะเศร้ามากขึ้นทุกทีๆ


แล้วมันก็เปลี่ยนตัวเราให้กลายเป็นคนเศร้าๆ

เศร้ามากขึ้นทุกวันๆ

จนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เราเคยเป็นอย่างไร

จนกระทั่งเพื่อนเก่าแก่ของเรากระตุกเตือนขึ้นมา

เราถึงจำได้อีกครั้ง

และได้ย้อนกลับไปทบทวนความเป็นตัวเรา

ในวันที่ยังไม่มีดราม่าในชีวิต

ว่ามันเป็นอย่างไร


ขอบคุณมากๆ เลยเบสต์


วงการเต้นที่นี่แคบ
เมื่อวานไปดู YY เต้นมา เออสวยว่ะ
แต่ก็นั่นแหละ ก็หน้าเดิมๆ ทั้งนั้น เพื่อนกันทั้งนั้น
แต่ของเขาดีกว่าของเรา
จะทำอะไรที่เมืองไทยได้มั่งนะ

อยากมีเจนเป็นเพื่อน
เศร้าใจ

บางสิ่งซึ่งจินตนาการไปเอง
มันก็ไม่อาจจะมีอยู่จริงได้หรอก

ซ้อมกับ Charlotte สนุกดี
พยายามเข้านะมี่
สู้กับตัวเองยากที่สุดแล้วล่ะ

2555/08/17

ความพยายามไม่การันตีความสำเร็จเสมอไป

แต่นั่นก็อยู่ที่ว่าเรานิยามความสำเร็จของเราคืออะไร

มันเศร้า ถ้าเรากำหนดจุดหมายปลายทางที่จะไปให้ถึงด้วยคำตัดสินของคนอื่น

เรามีสิทธิที่จะวิ่งไปถึงท่าเรือได้ถ้าเราพยายาม

แต่โอกาสที่จะได้ขึ้นเรือนั้น บางทีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา

กำหนดจุดหมายออยู่ที่ท่าเรือ หรืออยู่ที่เรือนั่นแหละประเด็น

จึงรู้สึกล้มเหลวตลอดเวลา เพราะว่าเราอยากขึ้นเรือ

การขึ้นเรือคือความสำเร็จ แต่คนที่จะตัดสินว่าให้หรือไม่ใหขึ้น

ไม่ได้อยู่ที่เราเลย ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ตาม


สุดท้ายไดเรคเตอร์ หรือคอรีโอกราฟเฟอร์ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต

เราเองต่างหากที่จะต้องอยู่กับตัวเองต่อไป

เรากลับประเทศไทย พวกเขาตามเรากลับไปด้วยหรือเปล่า ก็เปล่า

แล้วเราจะแคร์ทำไมกับความชอบหรือไม่ชอบของพวกเขา

แคร์ที่ตัวเราดีกว่า ว่าเราทำได้ดีแค่ไหน เรียนรู้ได้มากแค่ไหน


จะว่าไปมันก็ดีตรงที่มันทำให้เรากลับมาถามตัวเราเองว่า

เราวัดความสำเร็จของชีวิตที่ตรงไหน

เรามองชีวิตของเราดำเนินต่อไปอย่างไร

เต้นเพื่ออะไร เพื่อให้เขาชอบ หรือเพื่อให้เราได้คำตอบอะไรบางอย่างกับชีวิต

แล้วชีวิตเราถามอะไรล่ะ

โยคะ และปรัชญา ดึงเรากลับไปสู่คำถามนี้เสมอ

แต่คำตอบที่ได้มันไม่สอดคล้องกับความฝันของเราในขณะนี้


จำได้ว่าประมาณเดือนที่แล้วก็ถามคำถามประมาณนี้

แต่ตอนนี้เหมือนกับว่ามันมีคำตอบมาลางๆ แล้วว่า

สุดท้ายมันก็ไปสู่จุดหมายเดียวกัน คำตอบเดียวกัน

ค้นหาความจริงให้คำตอบ และถามคำถามให้ถูกคำถาม

กำหนดความสำเร็จของชีวิตให้อยู่กับเรา

ชีวิตเราจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่เรานิยามจุดหมายปลายทาง

..ชอบจัง..


2555/08/16

ระหว่างเรากับเจนถามว่าเสียดายไหม เสียดายมาก
เราคงบ้างานกันทั้งคู่ เพราะถ้าไม่คุยกันเรื่องงาน เราก็ไม่มีอะไรจะคุยกันเลย
ดูๆ ไปชีวิตเราว่างเปล่ามากๆ เลย ถ้าไม่มีเรื่องงาน เราก็คงจะไม่มีอะไร
ไม่มีแฟนให้รัก ไม่มีเพื่อนให้ห่วง แต่ใช่ ยังมีครอบครัว
แต่ชีวิตที่อยู่ที่นี่มันขาดเพื่อน เสียดายมากที่เรากับเจนเป็นเพื่อนกันไม่ได้
อาจเป็นได้แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้นเอง เท่านั้นเองจริงๆ

ผิดที่เราเองที่เข้ากับใครไม่ได้ ที่คิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น
ความรู้สึกแบบนั้นกลับมาอีกแล้ว เราไม่มีความสุขที่ได้เต้น
เพราะถ้าคนอื่นไม่ชอบที่เราเต้น เราก็ไม่อยากจะทำมันแล้ว
อยู่ที่ BCB อย่างน้อยยังมีเพื่อนที่เต้นกับเรา
ที่ทำให้รุ้สึกว่า เออ เราได้ทำสิ่งที่เรารัก
สิ่งที่เรารัก คือ การทำสิ่งที่เราทำได้กับคนที่เรารัก
แต่ที่นี่ล่ะ ที่นี่คืออะไร
เราเหงา

ความรู้สึกแบบนั้นมันกลับมา เราไม่อยากไปต่อ
ความรู้สึกว่าไม่อยากไปต่อมันแย่นะ
มันแย่
มันไม่มีคนมาสู้ด้วยกัน
เราไม่อยากสู้คนเดียว
เราอาจจะไม่ได้รักการเต้นขนาดนั้น
เรารักการที่ได้เต้นกับคนที่เรารักต่างหากล่ะ

ใช่,
ฉันไม่ได้รักการเต้นมากเท่ากับ
การที่ฉันได้เต้นอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันรัก

ฉันมาผิดทางแล้วใช่ไหม

2555/07/20

เอาเข้าจริงนะ อยู่ที่นี่มันไม่สนุกหรอก

มันควรจะได้เต้นมากกว่านี้

คิดอยากจะไปที่อื่นมาตลอด

ยิ่งเจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้มีความสุขกับงาน

มันยิ่งอยากไป


แต่ก็รู้ว่าอยู่ที่นี่ได้เรียนรู้อะไรมากมาย

โดยเฉพาะเรื่อง improvisation

จากที่เคยไม่กล้า ตอนนี้ก็กล้า

ถามว่าแข็งแรงขึ้นมั้ย ก็มาก

ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมาทำไมแข็งแรงจัง


อีกอย่าง ประสบการณ์จากที่ฮ่องกงก็สอนเรามาแล้ว

เราไม่หนีกลับง่ายๆ หรอก

จริงอยู่ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เรามองหา

แต่มันคือบันไดขั้นแรกที่จะพาเราไป

อายุเท่านี้แล้ว สิ่งที่เราต้องการคือประสบการณ์

และความเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเอง

มันดีที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไม่ได้เป็นวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว

วุฒิภาวะ เราจะสร้างมันได้จากที่นี่


ไม่ชอบสไตล์ แต่ยังได้เรียนรู้สิ่งอื่น

ปัญหามี ก็เผชิญ ไม่ใช่หนี

ยังไงเวลาก็หมุนไป มันจะผ่านไป

เก็บเกี่ยวให้มาก เรียนรู้ให้มาก

จะได้พร้อมไปต่อ


ไปต่อ.. ถึงไม่ได้เข้าคอมพานี ก็ขอไปเรียน

ซื้อโอกาสจากในโรงเรียน

เอาตัวไปอยู่ที่นั่น เข้าเรียนเพื่อให้มีวีซ่าที่จะอยู่ที่นั่นได้

ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น อย่าเพิ่งหันกลับ


อย่าแคร์ใครให้มาก

ถ้าเขาไม่แคร์เรา เราจะไปแคร์เขาทำไม

ก่อนหน้านี้ไม่มีเขา เราก็มีฝันของเราได้

แค่ขาดความเชื่อมั่นไปหน่อยเดียวเท่านั้น

ในเมื่อเขาไม่ต้องการเรา

เราก็หยุดเผื่อความรู้สึกให้เขาดีกว่า

มันเหนื่อย มันเจ็บ ควรจะ “เข็ด” เสียที

2555/07/18

วันนี้ซ้อมเองอีกแล้ว ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้

รู้สึกตัวเองแข็งแรงขึ้น แต่ไม่รู้เพราะอะไร

อาจจะเป็นที่ใจ

เกี่ยวกับการเต้นมั้ยเนี่ย คงเกี่ยวนะ

เหมือนรู้ว่าตัวเองอยู่ในอีกจุดจุดหนึ่งแล้ว

มันเลยต้องทำให้ได้


วันนี้เจอเรโกะเซนเซ

เขาบอกว่ามันเป็น big step ของเรา

โอเค ใช่ แต่ not big enough


เราจะเชื่อ ตราบที่อีกคนยังเชื่อ

ในเมื่อเจนเชื่อ เราก็จะเชื่อ

ถึงเรโกะเซนเซจะไม่เชื่อ

แต่เราจะเชื่อ ตราบที่อีกคนยังเชื่อ


ควรจะอยู่ให้ครบสัญญาดีไหม

จำเป็นหรือเปล่า

เราอยากไปออดิชั่น

แต่เราก็ต้องเตรียมรับมือกับความผิดหวัง

รู้ตัวล่วงหน้าเลย ว่าถึงจะผิดหวังก็ไม่สำคัญ

เท่ากับความอิจฉาที่เกิดขึ้น

หากเราต้องผิดหวังอยู่ “คนเดียว”

น่ากลัวจัง

I've just got some connections back. Only some.


The word connection becomes more and more important everyday. It is about me and my dancemates, and me and myself. I try so hard, but a lot of time I also give up. Now, slowly, something good come back.


I love him. We are friends. I'm reminding myself that never let the jealousy destroy our friendship. I can feel it more and more clearly, which is so dangerous. I want to love my friend unconditionally as I used to. Why is it so hard to love him right now? I can feel the jealousy taking part of my love for him. I begin to hate myself.


I should be happy seeing him happy. But I can't be happy if I'm not participating in that happiness too. Why? I'm so bad. As a friend, I should be glad seeing him getting further well with his career. It's good for him to take a leap forward. But I'm sad and jealous because I can't catch him. And he doesn't care to give me a pulling hand. That's why I'm sad and jealous. There's an angry in it too.


Maybe the only thing I can do now is to push myself more and more. To go beyond him, further than him. And that I can love him again. Now I know I still love myself more that loving him.


I don't understand. For some, opportunities always go to them. Easily. While I try so hard but always get nothing. What happen to my life? They have everything. They have their ways. They have their attentions. But I who always fight always lost of everything. I don't understand. Since at BCB, it was always him who got every chance, every opportunity that comes, but why not me? Technically, he could do everything, he has a gift. But me, I tried a lot doing it. But fail! Always Fail!


--------


ควรจะฝันทีละอย่าง เพื่อให้ไม่ต้องท้อ ควรจะทำทีละขั้น จะได้รู้สึกถึงความสำเร็จ ควรจะสนใจแค่ตัวเราเอง ไม่ต้องไปมองว่าคนอื่นเขาไปถึงไหน เพราะมันทำลายกำลังใจสิ้นดี

ขั้นที่หนึ่ง : พิโรเว็ต 3 รอบ คือเป้าหมายของเดือนนี้ ก..

ขั้นที่สอง : ทำวิดีโอออดิชั่น ภายในกลางเดือนหน้า ส..

ขั้นที่สาม : น้ำหนัก 48 ภายในเดือน ก.. สองเดือน ตอนนี้ 53 คือ ห้าโล ซอยย่อยต่ออีก : ภายในสิ้นเดือนนี้ ก.. เหลือ 52 .. .. 52 → 50 .. .. 50 → 48 คือสองอาทิตย์ต่อหนึ่งโล ลองดู ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาขำๆ


ในเชิงเทคนิค : พิโรเว็ตสามรอบชิลๆ, หากล้ามเนื้อด้านในให้เจอ, ขา a la seconde ให้งามๆ, fouette ขาล่าง turn out, ขา arabesque เอามันกลับมา ของามๆ, หกสูงค้างไว้สิบวินาที

ในเชิงโอกาส : ทำ list รายชื่อคอมพานีที่สนใจ, จะส่งวิดีโอออดิชั่น, รอเปิดออดิชั่น, ทำวิดิโอออดิชั่น, ซ้อม le corsaire, ซื้อ pointe shoes

ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ : ดูงานเยอะๆ, คิดอะไรเล่นๆ บนรถเมล์ คิดงาน คิดอะไรบ้าง, ทำโซโล่เดือนละเพลง เป็นแบบฝึกหัด, เรียนท่าเต้นจาก youtube เก็บไว้เป็น vocabulary

และ : คิดอวิชชา, รับรู้รับฟัง

2555/07/10

ปัญหาของคนที่แข็งแรงเกินไป คือการลืมใส่ใจความรู้สึกของคนที่อยู่รอบข้าง


Well, I'm starting writing this thing even without knowing whom I'm gonna ask. But I know I'm seeking help.


I'm a dream driven person. Or I was.. not quite sure now. I have (or had) a big dream. I fight for it. I discipline myself. I practice. I try. By the way, I'm a dancer who is Asian. I'm good enough to be a professional dancer, but not good enough to go over many obstructions that are placed on the way of female dancer who wants to get a job in a professional contemporary ballet dance company in the west.


And I have (or had) one very good friend. Last year he made me believe that I could do it. And we fought together for what we dreamt. But I didn't know what happened to us. He changed. Maybe he thought it was better for him to fight alone, to walk alone. And he left. Not literally walking away, but I know that we are not fighting together anymore. He's on his way. And I am left here alone.


I have no energy to dream alone. It was so good to have him, to have friend walking together. At least, there was someone in the world that ensured me that my dream could come true. Now I feel so empty. When I look forward to the future, I want to quit. I can see only the impossibility.


So I turn back to religious and spiritual activities again. I used to be very into it before meeting that friend. At that time, it was because I gave up fighting for my dance career. At that time I felt it was much better to be at peace with myself. I thought of quit dancing, and just be a yoga teacher. I went to India. I studied a lot. I was in love with yoga cause it made me love myself. The networking of yoga drew me to many types of spiritual practices. So with the emptiness he left me in, I decided to turn back to such practices again as the healers. But the practices couldn't keep me with peace as they could before. I meditated. I listened to the teachings. I tried to find peace and sought for the word 'enough'. But the other word couldn't let me get to what I want. That word was … passion.


He woke my dream up, and now it's still alive. I can't calm it down. I'm confused. I know that my dream is too far and I should stop and live in the present so I can be with peace. And the jealousy comes to play a part. It hurts to see him keep going on. Though I still really love my friend, it's still hurt to see him going further while I'm still here. So I can't stop. But I'm very tired, and I want peace. I know in the end we all have to die. No matter how far we go, we all have the same endings. I'm afraid I'll die with only the struggling for what never come true. I want to stop and find peace within. But what about my passion? What about my dream? I can't kill them.


I cry everyday. I tell myself to meditate, to practice pranayama, to practice yoga. But can't. The only thing that can keep me calm and at peace with myself is only when I take ballet class. When I rehearse to be prepared to go on for audition to the dance companies I dream of, when I really fight for this painfully aesthetic kind of dance. But again, I know I will not be able to go any further. I know my limit but pretend not to see. I'm still doing it though I should stop.


From the things above, you may see how confused I am. I dream to go, but maybe I should know my limit and learn how to stop and make a travel within instead. The thing that I can't stop my dream.


จริงๆ ก็รู้ว่าทั้งหมดคือ เราไม่ยอมแพ้

ทั้งหมดคือเพื่อนเราคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เรายังสู้

ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี รู้แต่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

เราก็จะไม่ยอมถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง

อาจจะดูเหมือนเป็นความอิจฉา

แต่ลึกๆ แล้ว คือรักมาก และอยากตามเธอให้ทัน

หรือจริงๆ แล้วมันกลับกัน


อยากร้องขอให้อยู่ด้วยกัน ให้เดินด้วยกัน

แต่เห็นแล้วว่าเธอไม่ต้องการ เห็นแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้

เราต้องเดินคนเดียว เพราะเธอยากเดินคนเดียว


เหนื่อยจังเลย มองไปข้างหน้าแล้วมันเหนื่อย

ถ้ามีเธอเดินข้างๆ เหมือนวันที่ผ่านมาคงดี

บางครั้งก็อยากจะมั่นใจว่าเธอจะไม่ทิ้งกันเหมือนอย่างที่เคยบอกกันไว้

แต่อยู่ที่นี่ เธอมีคนร่วมทางฝันเดียวกับเธอมากมาย

มีแรงบันดาลใจจากผู้คนมากมายหลายหน้าให้เธอเก็บเกี่ยว

เราเลยกลายเป็นแค่หมาหัวเน่าหนึ่งตัวสินะ

แต่ทำไมเราถึงต้องยังรัก ยังแคร์เธออยู่จนถึงตอนนี้

มีคำกล่าวว่า อย่าให้ทุกสิ่งแก่ใคร หากเขามองเราเป็นเพียงแค่ตัวเลือกตัวหนึ่งเท่านั้น

ทำไม่ได้จริงๆ

เพราะอะไร


เหนื่อยมาก แต่ก็ยังฝืนก้าวต่อไป

ไฟฝันมันหมดไป เพราะมองไปเห็นแค่คำว่าเป็นไปไม่ได้

แต่เพราะเธอยังก้าว

เราจึงหยุดไม่ได้


"ตราบที่ความฝันของเธอยังคงดิ้นพล่าน

และศรัทธานั้นยังเป็นของเรา

แม้ความหวังจะสลัวลางเจียนดับ

แต่เราจะเชื่อ ตราบที่ใครอีกคนยังเชื่อ

ไปด้วยกัน ไปด้วยกัน

แม้ผวาหวาด ก็จะเอื้อมมือคว้า

ตราบบนหนทางยังมี แค่..ใครสักคน"



..ใช่ไหมเจน?

2555/06/24

พอดิ้นรนจะหาทางไปต่อถึงจำได้ว่า อ๋อ ความรู้สึกมันแย่อย่างนี้นี่เอง

มันเห็นแต่คำว่าเป็นไปไม่ได้ลอยเต็มไปหมดเลย

ถึงเพิ่งนึกออกว่าเมื่อ Arts Fission ตอบแล้ว เราถึงรู้สึกว่ามันสว่างไสว

จำได้แล้วว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราถึงเลิกฝัน เลิกคิดไปเลย

การสู้คนเดียวมันเหนื่อยอย่างนี้นี่เอง

แรงบ้ามันหายไป หายไปหมดเลย

การจะไปให้ถึงเมืองนอกทำไมมันยากอย่างนี้หนอ

ยิ่งการจะฝันให้ไปถึงตรงนั้น มันยิ่งทำได้ยากยิ่งกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องไปคนเดียว

มันว่างเปล่าจนต้องร้องไห้เอาความว่างเปล่าออกมา

บอกตัวเองซ้ำๆ ในหัวว่าต้องไปต่อ

แต่จะไปยังไงล่ะ จะไปถึงตรงนั้นยังไง

เหงามากๆ เหงาสุดๆ คิดถึงเจซี่ อยากให้เจซี่กอด

คิดถึงเจน อยากให้เจนบอกว่ามันเป็นไปได้

อยากให้เพื่อนบอกเราว่า ไปด้วยกัน

เราจะเชื่อตราบที่อีกคนยังเชื่อ

ไปด้วยกัน ไปด้วยกัน

ตราบที่ความฝันยังคงดิ้นพล่าน

และศรัทธานั้นยังเป็นของเรา


ฉันกระโดดข้ามทะเลมา

และตอนนี้ฉันจะต้องปีนภูเขาแอลป์

ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน

แต่ฉันก็ไม่เห็นความเป็นไปได้เลยถึงการไปต่อข้างหน้า


นึกถึงคำพูดคำพูดหนึ่ง

คนที่ล้มเหลว คือคนที่หันหลังกลับ

โดยไม่สำเหนียกว่า ตัวเองอยู่ใกล้จุดหมายแค่ไหนแล้ว


แต่การที่เห็นความเป็นไปไม่ได้รอบตัวขนาดนี้

วูบหนึ่งจึงคิดไปถึงความฝันเรียบๆ อีกอันที่มีคู่ขนานกันมา

..ฝันคู่ขนาน.. เพราะดีเหมือนกัน

ต้นไม้ โยคะ หนังสือ กาแฟ สวนแก้วมังกร บ้านต่างจังหวัด

..โอย ฉันเหนื่อย


:'(


น้ำตาที่ไหลเธอไม่เห็น

เพราะเธอปล่อยให้ฉันเดินคนเดียว

ทางเส้นนี้ คนไม่เข้มแข็งเดินไม่ไหวจริงๆ

ไม่ไหวจริงๆ


รู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นเขา

เหนื่อย แต่ก็ต้องไป ไม่งั้นก็ต้องเดินลง

ไม่อยากลง เพราะตอนขึ้นมันเหนื่อย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ก้าวต่อไปได้เรื่อยๆ ก็คือความเชื่อ

มองไม่เห็นหรอกบนนั้น จากมุมล่างมันมองไม่เห็นหรอก

มีแค่ความเชื่อเท่านั้น เชื่อว่าบนนั้นต้องมี

มีสิ่งที่ฝัน มีสิ่งที่มองหา

ถ้ามีเพื่อนเดินด้วยกันเหมือนแต่ก่อนก็คงดี


หรือจริงๆ แล้วเราก็ยังคงเดินด้วยกัน

เพียงแต่ว่า ไม่ได้เดินจูงมือกันแค่นั้นเอง

หรือว่า .. เราอยู่กันที่เขาคนละลูกเสียแล้ว

เราจึงมองไม่เห็นกัน


2555/06/20

วันนี้เธอบอกว่าเธอจะไป
ฉันคิดว่าจะเป็นฉันเองเสียอีกที่ตัดสินใจไปก่อน
กลับกลายเป็นเธอ
เธอบอกว่าเธอไม่ไหวแล้ว
ฉันไม่เชื่อว่าเธอไม่มีความอดทน
แต่เธอคงมีแผนการอะไรที่เธอไม่อยากจะแชร์กับฉัน
จริงๆ ก็ชินนะ ชินแล้ว
เจ็บและชินไปเองนั่นแหละ

จริงๆ ก็ต้องขอบคุณเธอนะ
ถ้าเธอไม่ทำอย่างที่เธอทำกับฉัน
วันนี้ฉันคงฟูมฟาย ฉันคงจิตตกที่เธอจะไป
มันรู้สึกแปลก และฉันยังทำใจไม่ได้หรอก
แต่มันก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว

สิ่งที่เธอทำให้ฉัน "เข็ด"
มันก็ทำให้ฉันทำใจได้ ว่าถึงเวลาเราก็ต้องจากกันไป
เธอมีความฝันของเธอ ฉันมีความฝันของฉัน
แม้ความฝันของเราจะทาบทับไปด้วยกันไป
แต่เธอเองกลับไม่ต้องการ
ก็ไม่เป็นไร

ถ้าจะคบกันยาวๆ ฉันอยากให้เราอยู่ห่างๆ กันอย่างที่เธอต้องการมากกว่า
ฉันหมดแรงที่จะพยายามเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอแล้ว
แต่ฉันก็พยายามจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะเป็นได้แล้วกัน
ขึ้นอยู่กับฉัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอ

Ms.Liong น่ารำคาญ และการทำงานที่นี่ไม่สนุก
แต่อย่างน้อยเราก็โตขึ้น เราว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
และเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของมันที่ทำให้ฉันโตขึ้น

ฉันยังเชื่อว่าเราจะยังต้องได้เจอกันอีก
ไม่กล้าถามว่ากลับเมืองไทยแล้วจะเป็นยังไงต่อไป
ยังนึกความรู้สึกไม่ออกในยามที่ฉัน เธอ และน้องเก่งไปนั่งด้วยกัน
จะรู้สึกยังไงนะ

การอยู่ไกลกันอาจจะดีตรงที่
อย่างน้อย ฉันก็มีโอกาสบอกว่า
ฉันคิดถึงเธอ

.....

ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะเดินไปต่อไหวไหม
ฉันจะไหวไหม ถ้าไม่มีเธอคอยผลักคอยดัน
ฉันจะไหวไหม ถ้าต้องเดินคนเดียว
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะสู้ไปทำไม สู้ไปเพื่อใคร
อย่างไรก็ยังรักเธอ .. เกินกว่าเพื่อนคนหนึ่ง
รักมากเกินไปจริงๆ
รักจนฝากทุกอย่างไว้กับเธอ
ชีวิตฉันเคยอยู่ยังไงตอนที่ไม่มีเธอนะ
ฉันจำไม่ได้จริงๆ

ฉันจะเดินคนเดียวบนทางเส้นนี้ต่อไปไหวหรือ
ฉันไม่แน่ใจ

2555/05/09



Avij-ja 2010, Bangkok, Thailand
Choreographer : Mimi Vararom Tavivoradilok

2555/04/22


การปลดปล่อย
การถมเต็ม
การละทิ้ง การรับมา
การฟิตได้พอดี
เคว้งคว้างถ้ามันไม่พอดี รู้สึกภายในไม่อิ่มเต็ม
สูญเสียความเป็นตัวเอง

ละทิ้งสิ่งเก่า เพื่อรับสิ่งใหม่
เราทิ้งก่อน จึงมีที่จะรับเข้า
หรือว่ามันแทรกเข้ามา สิ่งเก่าจึงกระเด็นออกไป
หรือว่ามันเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน
เหมือนแย่งกันเข้าและออกจากประตู
ตัวเราคือช่องประตู

เมื่อรู้สึกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง
เราจะพร้อมจะละทิ้งสิ่งเก่าหากมีสิ่งใหม่เข้ามา
เราเองจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นถาวรหรือไม่
ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรากับสิ่งใหม่นั้นเข้ากันได้ดีรึเปล่า
และเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร
ถ้าเหตุผลนั้นมีอิทธิพลกับเรา เราจะเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคน
เราจะรับสิ่งใหม่นั้นเข้ามาในชีวิต
เราจะมีความสุข ตราบเท่าที่อิทธิพลนั้นยังคงอยู่
มันคือการพี้ยา
แต่เมื่อยาหมดฤทธิ์ลง เราอาจจะพบว่าเราได้ internalize สิ่งใหม่นั้นเข้ามาเป็นตัวเราแล้ว
แต่ถ้าทำไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้รักสิ่งใหม่ เราจะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้
เราจะล่องลอยเคว้งคว้างหาจุดหมายไม่เจอ หลักของตัวเองหายไป
เพราะละทิ้งสิ่งเก่าไปแล้ว แต่สิ่งใหม่กลับไม่ใช่คำตอบ
มันไม่เติมเต็ม และมันอาจจะทำเราเจ็บ เจ็บแบบโหวงๆ ด้วย
โดยไม่รูว่าเราพยายามยังไม่พอ หรือว่าสิ่งใหม่นั้น มันไม่อาจเป็นตัวเราได้จริงๆ
แล้วเมื่อได้กลับไปหาสิ่งที่เคยเติมเราให้เต็ม
เมื่อนั้นมันคือ the return to innocence จริงๆ
แล้วความทรงจำจะหลั่งไหลกลับคืนมาว่า เราคือใคร
สองเท้าเราจะยืนหยัดบนพื้น เราจะรู้สึกถึงความมั่นคงของตัวเราเอง
เรารู้สึกได้ว่าพื้นรองรับตัวเราเอาไว้ และเรามีอิสระเต็มที่ในสิ่งที่เราเป็น


ตัวเรานั้นคือตัวไหน mind หรือ spirit
หรือว่าจริงๆ แล้ว spirit ทำได้ทุกอย่าง แต่ mind จำกัดอยู่
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นสิ่งที่เรียกว่า gift นั้นอยู่ใน mind หรือ spirit
mind อาจจะต้องถูกกำจัดไป เพื่อ reveal สิ่งที่เรามีอยู่ใน spirit
spirit ของเรากับของ universal มี quality เหมือนกันไหม คืออันเดียวกันไหม
หรือว่า universal assign งานบางอย่างให้เรา เราจึงมี quality เฉพาะ
บางทีเราอาจจะเข้าถึงสิ่งที่เรามีใน spirit อยู่แล้ว เป็น innocence ของเรา
แต่เพราะ intellect เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เราเอา mind ไปบังมันอีก
แล้วก็บอกตัวเองว่า เราต้องทำได้ เพราะ spirit เป็น universal มันต้องทำได้ทุกอย่าง

ประเด็นก็กลับไปอยู่ที่เดิมอีก spirit กับ universal spirit คืออันเดียวรึเปล่า

เมื่อบทเพลงไหลเข้าสู่จิตใจ พันธนาการจึงคลายออก
mind จึงหายไป และเราได้สื่อสารกับ spirit ของเราจริงๆ
การเคลื่อนไหวในพันธนาการมันเป็นยังไง
เมื่อเราอยากจะไป แต่ขาไม่ยอมก้าว หรือก้าวไม่ได้



The real world is belong to the dreamers
The dream world is belong to those who refuse to make the dream come true.







2555/04/12

เพราะมันเกิดขึ้น เราจึงรู้สึก
ไม่ได้เข้ามาในนี้นานเพราะยังทำใจไม่ได้
แต่วันนี้ ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี แต่เข้ามาเพราะคิดถึงเหลือเกิน
ใช่, คิดถึงเธอ

ชีวิตที่สิงคโปร์ก็เริ่มจะตั้งหลักของมันได้แล้ว
วันนี้ Edwin ให้ทำแบบฝึกหัด feel the group breath
เราจะเต้นท่าเดียวกัน เราจะหายใจพร้อมกัน

แต่เราจะไม่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา นั่นคือสิ่งที่ควรจะเกิด
เราอาจจะเริ่มเต้นพร้อมกัน แต่เมื่อใครคนหนึ่งตัดสินใจเดินออกไป
อีกคนก็ต้องเต้นต่อไปได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่ออยู่ด้วยกัน เราต้อง feel กัน เราต้อง connect กัน
เราจะเอาตัวของเราไปไว้ในตัวอีกคนหนึ่ง เพื่อที่จะเคลื่อนไหวไปด้วยกัน
แต่เราต้องพร้อมเสมอที่จะเดินแยกทางกันไป
และเอาตัวของเรากลับมาดำเนินต่อไปให้ได้
และตราบใดที่เรายังคงรักษาลมหายใจของเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
เราจะเดินกลับมาเพื่อเต้นด้วยกันได้ต่อไปอย่างไม่มีสะดุด
เพราะแม้แต่เรากำลังหันหลังให้กัน เราก็รู้ว่าอีกคนกำลังทำอะไรอยู่
มันเป็น deep connection ที่มีแต่ dancer เท่านั้นที่เข้าใจ

ดูๆ ไปไม่ต่างอะไรกับชีวิตเลยเนอะ

เราฟังแล้วเราก็แทบจะน้ำตาไหล เราเข้าใจมันอย่างดี
เราเคยไปถึงจุดนั้นไม่ใช่เหรอเจน เจนจำมันได้ไหม
มันเจ็บตรงที่วันนี้เราไม่ feel เธอ
และเราก็กลัวว่า มันจะไม่มีวันกลับมา feel อีกแล้ว

น้ำตาแทบไหลอีกครั้งเมื่อเธอบอกว่าเธออาจจะไม่ต่อ contract
เธอถามเรื่องเลิกสัญญา .. เรากำลังจะต้องแยกจากกันแล้วใช่ไหม
เราคิดว่าเราหายดีแล้วเสียอีก แต่พอเจอกับสถานการณ์แบบนี้
ถึงได้รู้ว่า ไม่เลย ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ก็ยังรักเธออยู่อย่างนั้นเอง
ยังคงอยากจะเดินกับเธอ ยังคงอยากจะเต้นกับเธอ
แม้ว่าหลังๆ การอยู่กับเธอเป็นความอึดอัดมากไปกว่าความสบายใจแล้วก็ตาม
เรายังไม่พร้อมเดินคนเดียวจริงๆ
เราไม่พร้อมเลย
มันคงเป็นความเคยชิน .. มีนบอกไว้
เคยชินที่มีเธอเดินข้างๆ ที่มีเธอสู้มาด้วยกัน
ที่มีเธอฝันมาด้วยกัน แล้วจู่ๆ มันก็หายไป
บางทีเราก็อยากจะหลอกตัวเองนะ ว่าเราฝันไปทั้งหมด
ฝันไปว่าเคยรู้จักเธอ จริงๆ แล้วเธอไม่มีตัวตน
พอคิดถึงตรงนี้เราก็คิดอยากจะให้เรานอนหลับ
แล้วตื่นขึ้นมาที่ชั้นลอยของบีซีบี เจอเธอ เจออั๋น เจอพี่แคท
เจอเธอคนเดิมที่เราเคยรู้จัก แล้วเราก็แค่ตื่นจากฝันร้าย
เราจะตื่นจากความจริงขึ้นมาได้ความฝันได้อย่างไร

บางทีเราอยากจะมีใครสักคนหนึ่งที่จะฟังเรา ที่เราสามารถเล่าความอึดอัดนี้ให้ฟังได้

status ที่เธอขึ้นวันนั้นเธอหมายถึงเราใช่ไหม
..ถ้าเพื่อนคิดกับเราเกินเพื่อนเราควรทำอย่างไร
เราทำหรือไม่ทำอะไรก็ดูจะไปทำให้เขาเป็นเดือดเป็นร้อน
ไม่ชอบความรู้สึกอย่างนี้เลย เหมือนเราไปแกล้งเขา ทั้งๆ ที่เราไม่ได้คิดอะไรเลย..

เธอกำลังพูดถึงเรารึเปล่า แล้วเธอก็ลบมันออกไป ไม่ก็ hide เราซะ
มีคนบอกให้เธอถาม .. บางทีก็อยากให้ถาม เพราะบางครั้งก็อยากจะอธิบายเหมือนกัน
อยากให้เข้าใจว่าระหว่าง 1 กะ 2 มันยังมี 1.. ทศนิยมอีกมากมายไม่รู้จบ
ในชีิวิตจริง จะมาใช้วิธีการเด็กประถมที่ว่า "1.4 ลงมาให้ปัดลง 1.5 ขึ้นไปให้ปัดขึ้น" มันคงไม่ได้หรอก

เราอาจจะคิดกับเธอเกินเพื่อน แต่ก็ไม่บ้า หรือกล้าพอที่จะคิดกับเธอแบบนั้น
แต่ก็ยอมรับว่าเรามีความสุขที่ได้รู้จักกับเธอ
เรารู้สึกว่าเธอคือคนที่เราตามหามานาน คงเพราะเราสู้คนเดียวมาตลอด
จนเหนื่อย จนเลิกสู้ เพราะคิดว่าเราคงบ้าไปเองคนเดียวทั้งหมด
สิ่งที่คิดสิ่งที่ฝันมันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน แล้วไงล่ะ
จู่ๆ เราก็มาเจอเธอ แล้วเธอก็ทำให้เราเชื่ออีกครั้งว่ามันเป็นไปได้
เธอทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้บ้า เธอคืนความฝันให้เรา มีอะไรสำคัญไปกว่านั้นอีก
การได้เดินทางกะเธอในช่วงเวลาหนึ่ง มันทำให้เรารู้อะไรมากมาย
มันทำให้เรารู้ว่าการมีเพื่อนร่วมทางที่คิดอะไรเหมือนๆ กัน เดินไปด้วยกันนั้น
มันทำให้ความเหนื่อยลดลง ทำให้บ้าได้มากขึ้น กล้าที่จะฝันได้มากกว่าเดิม

เราคิด.. เราคิดอยากมีเธอเป็นเพื่อนร่วมทางอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
เพราะเรารู้สึกว่าชีวิตเรามีความหมายเพิ่มขึ้นเวลามีเธอเดินอยู่ข้างๆ
เธอมีทุกอย่างที่อยากมี เธอทำได้ทุกอย่างที่เราอยากทำได้บ้าง
เราชื่นชมเธอมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอเต้น
แล้วเราก็เอาเธอเป็น inspiration อยู่เงียบๆ มาตลอด
เวลามีเพื่อนอย่างเธอคอยผลักดันกันไปข้างหน้า
เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีจุดหมายปลายทาง และเรามีคุณค่าในตัวเอง
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนที่มีค่ามากในชีวิตเรา
เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือไร้จุดยืนเพราะเธออย่างที่เธอคิดหรอกนะ
แต่เราชอบตัวเองตอนที่มีเธออยู่ในชีวิตด้วย
และนั่นทำให้เรามองหาวิถีทางที่จะปรับแพลนชีวิตของตัวเองให้เข้ากับเธอ
เพื่ออะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเราแอบหวังว่าเราอาจจะเดินทางต่อไปด้วยกันได้ตลอดไป
แต่มันคงจะมากเกินไป เธอคงมองเป็นภาระไปเสียแล้ว เราขอโทษด้วยแล้วกัน

เราอาจจะคิดกับเธอเกินเพื่อนธรรมดาๆ คนหนึ่ง
เพราะเรามองเธอเป็นเพื่อนร่วทางเดินชีวิต
เหมือนเป็นอีกภาคหนึ่งของตัวเราที่เราตามหาตัวเอง
เรารู้จักเธอ มันเหมือนกับเราได้รู้จักตัวเองในอีกภาคหนึ่ง
ภาคที่เข้มแข็ง มุ่งมั่น และมั่นใจ เธอคงเข้าใจเรานะ
อะไรที่เราก้าวล้ำเส้นของเธอเข้าไป และทำให้เธอไม่ชอบ
เราขอโทษจริงๆ เราขอโทษ

ที่เรารู้สึกแย่เพราะเรายังคงนึกเสียดายวันดีๆ ที่มันผ่านมาแล้วแค่นั้นแหละ
เราเสียใจที่เธอไม่ได้อยากให้เราเดินข้างๆ เธอ
เหมือนที่เราอยากให้เธอเดินข้างๆ เรา
เราเสียดาย connection ที่เราเคยมี ที่เราเคยรู้สึกเวลาที่เราได้เต้นด้วยกัน
วันนี้มันหายไปแล้ว มันหายไปหมดเลย

เธอเข้าใจเรานะ เราเองก็คงจะอยู่ห่างๆ
และจะห่างให้มากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าเราจะเคย feel กัน เคยหายใจด้วยกัน เคย connect กัน
แต่เมื่อเธอจะเดินจากไป เราก็จะยังเต้นต่อไปให้ได้
เราจะทำได้
แค่ยังไม่ได้เท่านั้นเอง

ทำไมน้ำตายังไม่หมดเสียที
ร้องเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที
ทรมานมากมาย

2554/12/19

เพราะเธอไม่ให้ฉันหันไปมองเธอเวลาที่เราเดินด้วยกัน
เพราะเธอไม่อยากให้ฉันเดินอยู่ข้างๆ
เธอจะเดินไปข้างหน้า ไม่ก็เดินอยู่ข้างหลัง
เพราะเราไม่มีแม้แต่เรื่องจะคุยกัน แทบจะไม่เหลือความเป็นเพื่อน
แล้วจะให้ฉัน feel เธอในตอนเต้นได้อย่างไร

คิดถึงนะ คิดถึงที่สุดเลย
ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ฉันก็คิดถึงเธอเหลือเกิน
เธอ ...หายไป

2554/12/11

ตกอยู่ท่ามกลางความึนงงอย่างแท้จริง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างเรากับเจน
มันเกิดขึ้นเพราะอะไร มันมาสู่จุดจุดเพราะอะไร
รู้สึกเหมือนโดนทำร้าย ... น่าแปลก รู้สึกเหมือนคนอกหัก
เพื่อน ... ที่พูดด้วยไมไ่ด้ทุกเรื่อง
เพื่อน ... ที่ต้องการอยู่ในโลกส่วนตัวตลอดเวลา
เพื่อน ... ที่ไม่เหมือนเพื่อน
เพื่อน ... ที่ยิ่งใกล้กลับยิ่งไกล
คุยกันนับคำได้

เสียใจทุกครั้งที่เจนไปไหนแล้วไม่ชวน
แอบน้อยใจ แล้วก็ร้องไห้อยู่คนเดียวตลอด
เพื่อนที่เราเคยมี มันไม่มีอีกแล้ว
ข้ออ้างของเธอคือ ... เรามาทำงาน
แล้วไงล่ะ มาทำงานแล้วความเป็นเพื่อนมันต้องจบเหรอ
มาทำงานแล้วต้องเขี่ยเราทิ้งจากชีวิตเธอเหรอ

เจ็บเหี้ยๆ!!!
อาจจะเป็นเพราะถุงเท้า หรือไม่ก็เป็นเพราะตัวเราเอง
หรือไม่ก็เป็นเพราะทั้งสองอย่าง
รู้สึกเต้นได้ไม่สุด ไม่เต็มที่ เพราะว่ามันลื่น
โมโหตัวเอง แต่เราก็จะทำต่อไป
จะทำให้ดีที่สุด จะไม่ลืมว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร
และเราจะกลับไปในรูปการณ์อย่างไร
อยู่ที่นี่แพ้ไม่ได้ ต้องเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเดียว
จะเดินกับเพื่อนหรือเดินคนเดียวก็ไม่สำคัญ
อย่าหยุดเดินละกัน

2554/12/01

เอาล่ะ เขียนอะไรดี

วันนี้เต้นวันแรก โมเดิร์นคลาสตั้งแต่เช้า
ทำได้ดีกว่าเมื่อครั้งที่มาออดิชั่น
เหมือนรู้มากขึ้นว่าจะต้องเจออะไร
energy ในห้องดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
ดูยังเกร็งๆ คงเพราะเรายังใหม่ต่อกัน
(รวมถึงฉันกับเธอด้วยรึเปล่าเจน)

โดยรวมๆ แล้วไม่แย่มาก
แต่คาดหวังตัวเองมากกว่านี้เยอะมาก
เชื่อว่ามันจะต้องดีขึ้น
เราจะไหว เราจะต้องไหว

หลังคลาสตอนเช้าเราไปกินข้าวกัน ความรู้สึกตอนนี้คือ ..
เหมือนเพิ่งจะได้รู้จักกันหลังจากที่เห็นแต่ละคนเต้น
ใช่สินะ

ตอนบ่าย Ms.Liong คุยเรื่องการแสดงที่กำลังจะทำ
ทำ project แบบเต็มรูปแบบมากๆ
มี research อะไรเรียบร้อย
แล้วก็ให้ซ้อมต่อ ต่อท่าหน่อยนึง

หลังจากนั้นไปกินเบียร์ เรื่องมันเกิดตอนนี้แหละ
เราไปที่ร้านประจำของ arts fission กัน
เจนบอกออกมาแล้วว่า .. เจนมี bf แล้ว
ทั้งๆ ที่เรารู้นะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินเจนพูด
long distance relationship ... เธอว่าอย่างนั้น
เธอโทร.หาน้องทุกวัน อยู่ในห้องเรา
เราควรรู้สึกยังไงนะ
ควรรู้สึกยังไง
จะทนได้ถึงสักเท่าไหร่
คงจะถึงวันหนึ่งที่มันชา ... ชาไปเอง
จะไม่ให้เราเศร้าได้ยังไง

ทำไมฟังเพลงเศร้าจังเลยเดี๋ยวนี้ .. เธอถาม
มันก็เพราะเธอไม่ใช่เหรอ?

2554/11/30

first chapter in Singapore

Here I'm in Singapore.
Bound and blinded.
Anyways, I'm strong enough, I know.
I am, and I will.

The first night at the airport was so terrible.
But it had passed anyway.
As I always try to think, everything has to pass.
No matter how hard, how bad it is,
it will definitely pass in some point of the time.
But in my though I heard myself murmuring..
I'm OK as long as you're here with me.

Then we move to the 'house'.
Now it's a house, but I hope it will be home one day.
Hahaha... yeah what I'm trying to say is... your heart is my home.
It's quite small. I tried to settle everything and make it home.. without you.
As what I just said, I'm strong!!!

However, we are still under the same roof.
You share some part of my room which is my pleasure.

One thing ... ยิ่งใกล้ ยิ่งไกล
It's like we have less topic to talk to each other.
I don't like it this way at all.
Last night, you were in my room.
We were very close, and I hope we had a good conversation.
I wish we could talk about dream and life.
I wish we could share so many things.
But you were on the phone or skype or msn or something chatting with that boy.
It's hared for me though I absolutely understand.
The problem is my thought.
I have to stop it.
Ok change topic.

Last night we, 4 of use, had a long conversation in the kitchen.
Jun and Daniel came here without long contract.
Why they chose me and Jane, I wonder.
Tomorrow is the starting date.
I'm afraid I'll disappoint them.
Jane also feels the same.
So let's try our best.
We'll be fine.

Maybe we have to move out.
This place is ok but not as good as it should be.
Will find the solutions soon.

The thing is ..
วันนี้ไปมุสตาฟากับเจนมา
เรารู้สึกเหมือนกับว่า .. ฝันไปรึเปล่าเนี่ย
ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่เราเดินจาก little India ไปที่นั่น
เราคุยกับเจนทาง what's app เรื่องจะมาหรือไม่มา
เจนบอก ... จะไปเยี่ยม ไปเที่ยว ไปพักด้วย
ถึงวันนี้ ... ใครจะเชื่อ เราได้มาด้วยกัน

keep our friendship strong na.
No matter what happen, I will love you forever.

2554/11/22

เราคุยกับเจนเยอะ เยอะมาก
นุ่น ฝ้าย ป๊อบ บอกว่าเจนรู้ความรู้สึกเราแล้ว
รู้เหรอ อย่ารู้เลย เรารู้สึกไม่ดีถ้าเธอจะรู้

เธอเอาแต่บอกเราว่าเธอเป็นเพื่อนเรา
ย้ำแล้วย้ำอีก เรารู้ เรารู้
เธอเป็นเพื่อนเรา

ป๊อบบอกว่า เธอรู้ว่าเราคิดอะไร
แต่เธอไม่อยากเรารู้ว่าเธอรู้
เธอแค่บอกใบ้ให้เราหยุดตัวเอง
เพราะเธอยังอยากจะเป็นเพื่อนกับเราไปนานๆ

เราทำไม่ได้
เรายังทำไม่ได้
จนถึงวันที่ 28 เราจะทำได้มั้ย
เราอยากเคลียร์ตัวเองก่อนไป
แต่กลายเป็นว่า เราไม่อยากทำ
ทำไมเรายังหวัง
หวังทั้งๆ ที่ไม่มีหวัง
ทั้งๆ ที่ก็เมาไปแล้ว
ทำใจไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เลิกหวัง
ไม่หยุดหวัง
โง่มากๆ

เหงา
ยังคงเหงา

2554/11/12

ถ้าฉันจะรัก (ฉบับเติบโต 2554)



ถ้าไม่โง่ก็บ้า ไม่ก็ทั้งโง่ทั้งบ้า
ก็แค่อีกหนึ่งบันทึกในโลกออนไลน์
ที่เราอยากจะเก็บไว้ ก่อนที่เราจะออกเดินทางต่อไป
จะได้จำไว้ว่าบนถนนแห่งการเต้นนี้
เราเคยบ้าและเคยโง่ขนาดไหน

...

เพราะมีงไม่เคยแม้แต่จะเข้าใจ
ที่มึงเคยบอกว่า อย่าเกรงใจมึงจนเกินไป
แต่ที่กูเป็นแบบนี้ รู้ไว้เถอะนะ
มันหยุดไม่ได้ กูไม่ได้เกรงใจอะไรหรอก
แต่มันเป็นเพราะ .. กูรักมึงมาก
มากจนเกินไป จนรักตัวเองไม่เป็นแล้วเนี่ย
..มากเกินไปจริงๆ

2554/11/11

I want to end this story before 27 november.
I can't love him.
I just can't.
Impossibility is impossible to be possible.

Today is full moon.
And I know that it is not my day.
Feel so down.
Feel so bad.

I don't want him to know.
But I'm afraid he knows it.
I'm so lonely being with him.
There's a invisible wall between us.
He's a good friend, and I want to be his friend.
I'm so sadddddddd.

My emotion swings.
Okay, wait for the ballet class tomorrow.
Dance makes life easier.

2554/11/09

And I don’t want the world to see me
’cause I don’t think that they’d understand
When everything’s made to be broken
I just want you to know who I am.

เธอมาค้างบ้านนู เพื่อที่จะได้เข้าคลาสได้
ฉันดีใจที่เธอเลือกฉันให้เป็นส่วนหนึ่งของการที่เธอเข้ามากรุงเทพฯ ครั้งนี้

เพิ่งยื่นหนังสือให้เธอไปเมื่อคืนนี้
ที่ปกรองของหนังสือ เขียนไว้ว่า
..
เจน.. เราเอาหนังสือเล่มนี้ให้เธอ เพราะว่ามันคือบทบันทึกการเดินทางของเรา .. การเดินทางทางความคิดของเรา จากรั้วมหาวิทยาลัย รุนแรงอย่างนักรัฐศาสตร์ อ่อนไหวช่างฝันอย่างกวี จนกระทั่งมั่นใจในความฝันของตัวเองเอาเมื่อเร็วๆ นี้ เราอยากให้เธอเห็นมัน เพราะเรากำลังจะเดินทางต่อไปด้วยกันต่อจากนี้ื ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน แต่ก็คงชั่วระยะเวลาหนึ่งทีเดียว .. เราอยากให้เธอ 'รู้จัก' เรามากขึ้น (จะว่าไป เธอก็เป็นในไม่กี่คนนะ ที่เรายอมให้เข้ามา 'รู้จัก' เรามากขนาดนี้)

การเต้นคือช่องทางการสื่อสารที่เราชอบนะ มันทำให้ชีวิตเรามีความหมาย ส่วนการเขียน มันคือช่องการสื่อสารที่เราถนัดที่สุด และมันอธิบายความหมายของชีวิตเรา ชีวิตเราขาดมันไม่ได้ทั้งสองอย่างเลย

อย่าคาดหวังกับตัวหนังสือของเรามากนะเจน มันเป็นแค่หลักฐานการเติบโตของชีวิตคนคนหนึ่งแค่นั้นเอง วิจารณ์กันได้เต็มที่นะเพื่อนเอ๋ย แต่โปรดมองข้ามจุดผิดพลาดเพราะเลินเล่อต่างๆ ที่เกิดจากการตรวจปรู๊ปบนรถตู้ไปนะ (แหะๆ)

จบจากหนังสือเล่มนี้ เราก็ยังต้องเดินทางต่อไป เติบโตต่อไป เรายินดีมากๆ ที่มีเพื่อนอย่างเธอร่วมเดินทางไปด้วยกัน ยินดีมากๆ จริงๆ

...รักเจนนะ...




แล้วมันก็เท่านี้แหละ มันก็คงเป็นได้แค่นี้ เด็กโง่เอ๋ย
เมื่อคืนที่เราคุยกันในความมืด ทำเราน้ำตาจะไหล
ไหลเพราะความอึดอัดในความงี่เง่าของตัวเราเอง
จนเราต้องวิ่งไปหานุ่นกับนูอีกห้อง เพราะทนเหงาในความมืดไม่ไหว
เธอพูดถึงน้องคนนั้นอีกแล้ว .. จริงๆ แล้วฉันถามเองนั่นแหละ
ฉันฟังแล้วก็ยิ้มนะ แต่ก็ยังเศร้าเหลือเกิน
ทำไมนะ เธอถึงมองไม่เห็นเลย ว่าฉันกับน้องคนนั้น เหมือนกันทุกอย่างจริงๆ
ไม่ใช่แค่นิสัย ไม่ใช่แค่ครอบครัว แต่รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อเธอด้วย

เพราะไม่แม้แต่จะคิด
จึงไม่มีวันจะเห็น
ใครจะเชื่อ
..
ตำลึงกะจ้อยร่อย
จะหลงรักดอกกุหลาบ
ที่แบ่งบานอย่างเย่อหยิ่ง

เศร้าจังเลย

2554/11/05

Let me dream

I don't know how far I can walk with you on this road.
Of course, I want this road to be a never-ending one.
I don't know how long you will allow me to walk by your side.
Of course, I always want to be with you along the way of life.

I know I have no rights at all to have a feeling for you like this.
But it can't help, you become my friend,
my inspiration, my dream, my breath, and, eventually, my love.
Cause you make everything in my life possible.
You make me believe in my dream again.
And you count on me, you trust me not less than I trust you.

I want to dance my life with you.
I wish you let me in.
I wish you open up your mind and let me go into your life.

The thing happened at the beach was so touching.
You told me how much you cared of me.
You told me the most favorite moment in this unplanned trip
was when you sat with me.
I guess that was the most you could give it to me.
But I still dream, and I can't stop it.

Again, and again, I cry.
Though I know I've got to be strong, cause you're so strong,
and you don't like people who show too much feeling.
So I try hard to be strong, and hide my feeling for you.
Cause I really want our friendship to grow.
I don't want it to stop due to my stupid love.

Why love is so painful?

I can't imagine the day I have to dance without you.
This week you couldn't come to Bangkok because of the fucking flood.
I just couldn't dance. I didn't want to take a class.
I danced lazily because you were not there.

Only if you know... only if you know my feeling.
I want you to know, but I don't want you to know.
I love you more than the word 'friend'.
But it's impossible.
It's totally impossible.
And it's absolutely stupidly wrong to let my feeling go deep down.
But I can't stop.
I just love you.


Jane, I really love you, my dear friend.



If I ask, would you hold me with your heart?
...Please don't say a word. I don't think I wanna hear it...

Let me dream.

2554/10/29

How should I feel, watching them together?
How shuold I feel, for now?
How should I feel, losing my best friend to his love?
How should I feel, I just can't sleep.

2554/10/24

Whatever happens in my life,
my dance is still going on.
It'll flow out from my soul through my body
until the last day of my life.

No matter how lonely my heart is,
no matter how painful my love is,
no matter how hard my life is,
my dance is still with me.

It's my friend, my lifetime friend.
I am dancing to know that I exist.
TRIPUDIO, ERGO SUM!

...

Last night.. and this morning,
I looked into my eyes,
asking myself Am I dancing.
Yes, I am... here the answer.
Why so scared? I still have myself dancing with me.
Let go that shadow. Let go that reflection.
Stay on your own.. dance on your own.

In the class today ...yes... I danced furiously.
I wanted to do more, to dance more, to turn more, to jump more
to bring the most of me out.
I was screaming, but no one knew.
They only saw the dance I danced it out wholeheartedly.

I danced to let go everything.
I danced so I didn't cry.

Life is so hard.
But the dance makes it easier.

2554/10/19

มีทางหนึ่งเส้นทาง มีคนหลายคนเดินอยู่บนทางเส้นนั้น บ้างรู้จัก บ้างไม่รู้จัก ที่รู้จัก บ้างก็ลึกซึ้ง บ้างก็ไม่ลึกซึ้ง บางคนเพียงเดินมาเจอกันแล้วแยกย้าย แต่บางคนจะเดินร่วมกันไปชั่วชีวิต ขนาน เคียงคู่ และทับทาบ ต่างกันอย่างไรหนอ มันก็มุ่งไปทางเดียวกันไม่ใช่หรือ ตราบใดที่เรายังมุ่งไปทางเดียวกัน จะเรียกได้ไหมว่า เรากำลังเดินไปด้วยกัน เดินบนทางเดียวกัน ..แต่ต่างคนต่างเดิน เดินบนทางเดียวกัน ..พูดคุยให้คลายเหงา แล้วผลักดันกันไปข้างหน้า เดินบนทางเดียวกัน ..และรับรู้ว่ามีคนเดินเคียงข้างกัน ..ดูแลความฝันของกันและกันดุจเป็นความฝันของตัวเราเอง ..และพร้อมที่จะก้าวเคียงข้างกันตลอดไป อยู่ตรงไหน .. อยู่ตรงไหน คำถามที่รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่แค่อยากถาม มีคนอยากร่วมทาง แต่ทางเส้นนี้มันลำบาก และมันต้องเดินคนเดียว อาจจะมีคนเดินอยู่ข้างๆ นับไม่ถ้วน แต่คนที่จะมาดูแลความฝันของเราดุจเป็นความฝันของเขาเอง คงไม่อาจมีได้จริง เศร้านะ จริงๆ แล้วเศร้า ไปสิงคโปร์เหงาแน่ๆ ความหงอยเหงาจะเพิ่มมากขึ้น ยิ่งใกล้ยิ่งเหงา ยิ่งสนิทยิ่งเหินห่าง กูเศร้า

2554/10/07

Dear Mimi, You still have yourself. You are dancing. It's you. It's you dancing. Why cares? Not having him, you still have yourself. You still have your own dance. Yes, yes, the loneliness is coming. You know, you know it, Mimi. น้ำกำลังจะท่วมโลก แต่เรากลับกลัวน้อยกว่าที่คิด ถ้ามันจะท่วมจริงๆ ในปี 2012 เราคงไม่กลัว ถ้าตอนนั้นเราอยู่ที่นั่น อยู่ที่สิงคโปร์ ถ้าหากว่าเราได้อยู่กับคนที่เรา .. รัก แม้ว่าจะรักอยู่คนเดียวก็ตาม มีนบอกว่า บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องของคนคนเดียว เราว่า จริง .. หลายครั้งด้วยแหละ ความรักไม่ได้ต้องการองค์ประกอบของคนสองคน จะปล่อยมันให้สุด แล้วเราก็กำลังจะต้องเหงา และเสียใจ เป็นความเสียใจที่สะสม โกรธที่โ่ง่ ที่ยอมให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้ เกลียดตัวเองที่หล่อเลี้ยงความรู้สึกนี้มาจนถึงตอนนี้ ความรักที่ผิดหวังมันมาบ่อยครั้งมากกว่ารักที่สมหวัง จริงไหม ฮือ.. จะร้องไห้ Why you are so sad, Mimi? You are going to the world that you have been dreaming of for all of your life. You will be dancing. You will be with your friend who you love most. Isn't it so good? Yes, it's so good. But ...

2554/10/05

..time to sign, time to sigh..

Here comes the contract.

Things are coming closer and closer.
Let's see what will come.
All documents are ready.
Only the sign that I need to sign.
I wish it is the coming of the good news.
The new good things in my life.

But knowing that the loneliness will come.
I still don't know 'what' am I looking for.
No one wins every game in life.
I know, I know.

We all needs love.
We all needs acceptance.
We all needs friends.
We all needs someone to stay aside.
We all needs some shoulders to cry on.

ข้างนอกฝนพรำ
และฉันยังฝันถึงอนาคต
ดูเหมือนเลือนลางแต่ชัดเจน
ดูเหมือนจับต้องได้ แต่ไม่อาจคาดหวัง
ความเหงารอเราอยู่บนทางเบื้องหน้า
บนหนทางที่เหมือนจะเดินเคียงคู่กัน
แต่ฉันรู้ .. ความอ้างว้างโดดเดี่ยวแค่หลบหน้าพักร้อน
สุดท้าย จะมีเพียงก้าวย่างไปอย่างลำพังบนทางที่โดดเดี่ยว

บัลเล่ต์ ...​ เรารู้จักมันมาราว 21 ปี
21 ปีผ่านมาแล้วที่เราเห็นตัวเองเต้นอยู่ในห้องกระจก
เรารู้จักมันมานานเกือบเท่ากับชีวิตเราเลยทีเดียว
และสัดส่วนระหว่างชีวิตเรา กับชีวิตการเต้นของเรา
มันก็จะใกล้เคียงกันมากขึ้นทุกทีๆ
จนในที่สุด มันก็จะน้อยลงจนไม่มีนัยสำคัญอีกต่อไป
ชีวิตเรา กับชีวิตการเต้นของเราจะแนบกันสนิทกันที

และแน่นอน เรารู้จักตัวเราก่อน
เรามีการเต้นมาก่อนที่จะมีสิ่งอื่น
เราจะแคร์อะไรกับความเหงาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล่ะ
อย่าได้แคร์ อย่าได้แคร์

My life is moving on.
But I'm not sure about my feeling, about my heart.
After signing the contract, My life will be bound.
Bound by the company, and blinded by love.
I can't run away from it. I have to face it.
..ON MY OWN..

Love has no mercy for the one who loves.
It's always like this.
Keep asking yourself.. why do I dance?

เท่าที่ได้มานี้มันก็เกินพอแล้วล่ะ
ใครจะคิดจะฝันล่ะว่าในที่สุดเธอก็ได้ไป ไปด้วยกันกับเรา
โชคชะตาเล่นตลกเสมอ
ทางเส้นนี้ ... สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ... มันเหลือเชื่อ
เหลือเชื่อจริงๆ
เพียงแค่นี้ก็คงจะพอแล้ว
ได้คืบ อย่าเอาศอก
พอใจในสิ่งที่ตนมี

then .. DANCE

2554/08/23

Who knows why.. who cares, though..



Be with myself, thinking hard.




Finding.




In the air, I'm searching.




On the ground, I'm seeking




The answer is not here, is not there, not anywhere else.
The answer has never come out.




Maybe I've already found the answer,
but there's no proper way to speak it out.




So I dig into myself, my own heart,
day by day, night by night.




Sometimes I did try to jump higher, to be better.




I try my best, to fly.




Take a big step, to step over my fear,
the fear to lose something (or someone).




Throw away my thought, my plan, and just dance.




Again, I stop. Come back to the same place,
once again, again, and again.




Collapse .. but still peer through the darkness of the stage




Weeping to the floor, to wipe out my weeping tears,
so no one can see.




Look at my reflection, sad, but overall,
I'm still dancing with it.




Somehow, it's my reason that I'm dancing.
I enjoy looking at my reflection dancing with me.




People pass me by. They look at me as a strange creature,
but who cares cause I'm still dancing.




It's the toughest time in my life, but I'm still dancing.
Let it take me through.




I don't know why am I dancing.
I just can't resist the dance
paving its way through my body.




Though being alone, I'm still dancing.
Though being so down, I'm still dancing.




Knowing only it helps me out of suffocating.




Why? Asking myself why am I dancing.
Falling over and over, but the dance is still going on.




My heart cries through my body.
My soul laughs through my skin.




I'm breathing. I'm staring at my reflection.
All on my own... I'm still dancing.
Who knows why?
Who cares, though?

2554/08/22

การไม่ได้ทำคลาส ทำให้เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปช้ามากๆ

การเต้นทำให้ชีวิตมีความหมาย และมีอะไรทำ
หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้ไปทำคลาส เรารู้สึกว่าเราเป็นผักเน่าๆ
คิดอะไรไม่ออก และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องคิดอะไร

การเต้นทำให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไป
มันเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเราเอง

การเต้นอาจจะทำให้ชีวิตเราเป็นปกติ
ถ้าศีล .. แปลว่าสิ่งที่ทำให้ชีวิตเป็นปกติ
งั้นการเต้นก็คือ การรักษาศีลของเราด้วยเหมือนกัน

มันน่าจะตอบคำถามใหญ่ของชีวิตที่พี่แคทฝากไว้ให้คิด
ซึ่งมันสำคัญ และยากพอๆ กับคำว่า
Why we live? ได้แล้วมั้ง

“Why we dance?”

แต่ไม่ .. ยังหรอก
เพราะเผอิญมันประจวบเหมาะเป็นช่วงเดียวกับที่เธอไม่อยู่

เธอกับ my dance แยกกันไม่ออก
ทำให้เรายังไม่รู้ ไม่รู้เลยจริงๆ
Why I dance?

2554/08/19

Am I catching up to you while you're running away to chase your dream..?



บทกวีของชีวิต
ถูกจดบันทึกครั้งแล้วครั้งเล่า
เล่าซ้ำเวียนวนไปมา













แรงปรารถนาอันล้ำลึก
มักไ่ม่จางหายไปไหน
แต่กลับย้ำคิดย้ำรู้สึกอยู่เช่นนั้น













จนกว่าความนึกคิดจะเติบโต
เมื่อความฝันถูกนวดซ้ำจนอ่อนนุ่ม
และหัวใจถูกโบยตีจนแข็งกระด้าง













ชีวิตจะถูกบันทึก
ณ ชั่วกาลแห่งความขัดแย้ง
สะท้อนลึกในบทรำพึง














กลีบดอกไม้จะร่วงโรยอีกครั้ง
เพื่อให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์
กลัวอะไรกับการเติบโต
...โดยลำพัง...





แต่กระนั้น
คงยอมรับเงียบๆ กับตัวเองว่า





..กลัว..





เพื่อนที่เรารักมากๆ คนนี้ เพิ่งจะได้รางวัลที่ 3
จากการประกวดเต้นคอนเทมโพรารี่แดนซ์ระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น
ดีใจด้วยมากๆ จริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ
ต่อไปเราคงจะไม่ได้เต้นด้วยกันแล้วล่ะ
เพราะเธอคงจะก้าวไปไกล ... ไปไกลจริงๆ
ฉันคงตามเธอไม่ทันอีกต่อไปแล้ว

วันนี้ดีใจมากๆ แต่ก็เศร้ามากๆ ด้วย มากๆ เลย
แยกความรู้สึกไม่ถูกเลย .. ร้องไห้
คงจะถึงเวลาที่เราจะต้องเดินต่อไปคนเดียว
ทางเส้นนี้ต้องเดินไปคนเดียวจริงๆ

ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่แสดงออกให้ใครๆ เห็น
ไม่เข้มแข็งได้สักครึ่งของเพื่อนเราคนนี้เลย
อยากเข้มแข็งมากกว่านี้
จะได้เดินไปต่อเพียงคนเดียวได้

...ยิ้มให้ความรู้สึก ประทับไว้เพียงบันทึก
บนเส้นทางสายเดิม, อนึ่ง เพียงลำพัง...

..เหงา..

และสิ่งที่แย่กว่าความเหงาก็คือ
... ความเหงาที่เหงาอยู่เพียงข้างเดียวสินะ ...







2554/08/18

ถ้าเกิดเธอได้รางวัลขึ้นมา
ฉันก็คงจะดีใจกับเธออย่างสุดตัว
แต่ฉันก็คงจะรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก

...

2554/08/16

ไปส่งเจนขึ้นเครื่องไปแข่งที่ญี่ปุ่น
แค่ไม่กี่วัน .. เราก็รู้สึกแย่แล้ว
ถ้าถึงวันที่เธอไปตามทางของเธอ
และเราไปตามของเรา .. เหมือนอย่างเจนกับแพรว
เราจะกลั้นน้ำตาอยู่เหรอ




Life is a journey along which true friendship is found.




And if life is a journey, your dance is your best journal.